ฟุตบอลยุโรปเสียสมดุลจริงหรือ? เมื่อแชมป์กระจุก รายได้กระจายไม่เท่ากัน

ฟุตบอลยุโรปกำลังเผชิญปัญหาความไม่สมดุลเชิงโครงสร้าง ลีกใหญ่ครองพื้นที่แชมเปียนส์ลีกมากกว่าครึ่ง และแชมป์ยุโรปในรอบ 15 ปีหลังส่วนใหญ่มาจากอังกฤษและสเปน

ฤดูกาลล่าสุด แชมเปียนส์ลีกมี 6 สโมสรจากอังกฤษ 5 จากสเปน และ 4 ทีมจากอิตาลีกับเยอรมนี รวมแล้ว 4 ชาติครองเกิน 50% ของ 36 ทีมรอบลีกเฟส ขณะที่รายได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของยูฟ่าเพิ่มจากเกือบ 500 ล้านปอนด์ในปี 2003-04 เป็น 2.8 พันล้านปอนด์ในปี 2023-24 และคาดว่าจะทะลุ 4 พันล้านปอนด์ในรอบสัญญาถัดไป

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มมูลค่าทางการตลาดไม่ได้กระจายโอกาสคว้าแชมป์ มีเพียงบาเยิร์น มิวนิค และปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่แทรกกลางอำนาจอังกฤษ-สเปนในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา ทีมจากลีกอื่น เช่น อาแจ็กซ์ หรือ เบนฟิกา ทำได้ดีที่สุดเพียงรอบลึกไม่กี่ครั้ง ความต่างเชิงรายได้และขนาดตลาดสร้างกำแพงที่ทีมระดับกลางข้ามได้ยาก สถานการณ์ลักษณะนี้ทำให้การวิเคราะห์ก่อนแข่งขันในแพลตฟอร์มอย่าง UFA777 มักเอนเอียงไปยังทีมจาก “บิ๊กโฟร์ลีก” อย่างชัดเจน

 

ทำไมลีกเล็กครองแชมป์ในประเทศ แต่ไปไม่ถึงยุโรป?

 

ทำไมลีกเล็กครองแชมป์ในประเทศ แต่ไปไม่ถึงยุโรป?

คำตอบคือ โครงสร้างรายได้และเส้นทางคัดเลือกทำให้พวกเขาต้องสมบูรณ์แบบในประเทศก่อนจึงมีสิทธิ์ลุ้นยุโรป แต่เมื่อเข้าสู่เวทีใหญ่ งบประมาณและขุมกำลังไม่เทียบเท่า

ลูโดโกเรตส์ คว้าแชมป์บัลแกเรีย 14 สมัยติดต่อกัน แต่ไม่ได้เล่นรอบลึกในแชมเปียนส์ลีกมานาน เรดสตาร์ เบลเกรด คว้าแชมป์เซอร์เบีย 8 ปีติด เฟเรนซ์วารอส และ สโลวาน บราติสลาวา ครองลีกตัวเองหลายปี ทว่าฤดูกาลนี้ไม่มีทีมใดผ่านเข้ารอบหลักแชมเปียนส์ลีก

ความท้าทายหลักของทีมลีกเล็ก

  • ต้องชนะลีกในประเทศเพื่อเข้ารอบคัดเลือก
  • ต้องผ่านรอบคัดเลือก 2–3 รอบก่อนถึงลีกเฟส
  • มีงบประมาณนักเตะต่ำกว่าทีมบิ๊กลีกหลายเท่า
  • เสียผู้เล่นดาวรุ่งให้ตลาดใหญ่ทุกฤดูกาล

สโลวาน บราติสลาวา ได้รายได้ราว 18 ล้านปอนด์จากการเล่นรอบลีกเฟส ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับลีกในประเทศ แต่รายได้นี้ยังห่างไกลจากทีมพรีเมียร์ลีกที่มีรายได้รวมหลายร้อยล้านปอนด์ต่อปี ช่องว่างดังกล่าวสะท้อนผ่านอัตราต่อรองใน UFA777 เว็บแทงบอล ซึ่งมักประเมินความเป็นไปได้ของทีมเล็กต่ำกว่าทีมมหาอำนาจอย่างชัดเจน

 

โมเดลรายได้ของยูฟ่า แก้ปัญหาได้หรือไม่?

คำตอบคือ ช่วยบางส่วนแต่ไม่เพียงพอ ยูฟ่าเพิ่มเงิน “solidarity payments” ให้สโมสรที่ไม่ได้เล่นยุโรปขึ้น 80% เป็นเกือบ 270 ล้านปอนด์ในรอบปัจจุบัน แต่สโมสรในแชมเปียนส์ลีกยังได้รับส่วนแบ่งกว่า 74% ของรายได้รวม

โครงสร้างการแบ่งรายได้ปัจจุบัน

รายการ สัดส่วนรายได้
แชมเปียนส์ลีก + ซูเปอร์คัพ 74.38%
ยูโรปาลีก 17.02%
คอนเฟอเรนซ์ลีก 8.6%

แม้จะมีการกระจายเพิ่มขึ้น แต่ทีมที่เข้าร่วมรายการใหญ่ยังได้รับส่วนแบ่งหลัก ส่งผลให้ความได้เปรียบสะสมต่อเนื่อง สโมสรจากฝรั่งเศส เช่น เปแอสเช ครองแชมป์ 12 จาก 14 ปีหลัง สะท้อนความเหลื่อมล้ำภายในลีกเอง

ผู้บริหารหลายสโมสรเสนอแนวทางใหม่ เช่น

  • จัดตั้งนโยบายปกป้องลิขสิทธิ์ในประเทศ
  • คืนรายได้ให้สโมสรปั้นเยาวชนที่ไม่ได้เล่น UCL
  • ส่งเสริมลีกข้ามพรมแดน เช่น แนวคิด Baltic League

แนวคิดเหล่านี้มุ่งสร้างการแข่งขันภายในประเทศให้สูสีขึ้น เพราะการแข่งขันในลีกที่เข้มข้นช่วยพัฒนาคุณภาพทีมก่อนออกสู่เวทียุโรป

 

มีทางออกที่ยั่งยืนสำหรับสมดุลยุโรปหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่มีสูตรลัด ต้องใช้เวลาและความร่วมมือหลายฝ่าย การอัดฉีดรายได้ให้ทีมหนึ่งมากเกินไปอาจทำให้ทีมอื่นในลีกเดียวกันยิ่งห่าง

ตัวอย่างเชิงบวกมีให้เห็น สตวร์ม กราซ ยุติการผูกขาดของเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในออสเตรีย ริเยก้า โค่นดินาโม ซาเกร็บ ในโครเอเชีย และบางลีกเริ่มมีแชมป์หมุนเวียนมากขึ้น ลีกที่มีการกระจายแชมป์หลายทีมในช่วง 5 ปีหลัง มักส่งตัวแทนที่แข่งขันได้ดีขึ้นในยุโรป

ปัจจัยสร้างสมดุลระยะยาว

  • เพิ่มความโปร่งใสด้านการเงิน
  • กระจายรายได้ตามผลงานพัฒนาเยาวชน
  • สนับสนุนลีกภายในประเทศให้แข่งขันสูง
  • ควบคุมต้นทุนค่าเหนื่อยให้สมดุล

ฟุตบอลยุโรปคือระบบนิเวศเดียวกัน หากฐานรากอ่อนแอ ยอดพีระมิดย่อมสั่นคลอน คำถามจึงไม่ใช่ “ช่วยทีมเล็กอย่างไร” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ทั้งระบบแข่งขันได้อย่างยั่งยืน”

 

บทสรุป

ฟุตบอลยุโรปกำลังเผชิญความเหลื่อมล้ำระหว่าง 4 ลีกใหญ่กับลีกอื่น รายได้แชมเปียนส์ลีกเพิ่มขึ้นหลายเท่า แต่แชมป์กระจุกตัวมากขึ้น ทีมลีกเล็กต้องสมบูรณ์แบบในประเทศก่อนมีสิทธิ์ลุ้นยุโรป และยังเผชิญช่องว่างงบประมาณมหาศาล

การกระจายรายได้เพิ่มเติมและการสร้างการแข่งขันภายในประเทศคือแนวทางระยะยาว แม้ไม่มีทางลัดแก้ปัญหา แต่ความร่วมมือระหว่างยูฟ่า ลีก และสโมสร คือกุญแจสู่สมดุลใหม่ของฟุตบอลยุโรป