ถ้าคุณติดตามฟุตบอลแอฟริกาในช่วง 5–10 ปีหลัง จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดอย่างหนึ่ง คือ “ชาติใหญ่ ๆ เริ่มหันกลับมาใช้โค้ชของตัวเอง” มากขึ้นเรื่อย ๆ ในรายการระดับทวีปอย่างแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ (AFCON) ที่ในปี 2025 จัดขึ้นที่โมร็อกโก
คำถามคือ ทำไมยุคที่โค้ชยุโรปเคยเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของหลายชาติ ถึงค่อย ๆ ลดบทบาทลง? และทำไมโค้ชท้องถิ่น—หลายคนแทบไม่เป็นที่รู้จักในสายตาคนนอกทวีป—ถึงเริ่มได้รับความไว้วางใจให้คุมทีมในทัวร์นาเมนต์ที่แรงกดดันสูงที่สุดของแอฟริกา?

ทำไมชาติแอฟริกา “เคย” จ้างโค้ชยุโรปเป็นเรื่องปกติ
ในอดีต การจ้างโค้ชยุโรปคือภาพคุ้นตาของทีมชาติแอฟริกา โดยเฉพาะยุค 1990–2000 เหตุผลหลัก ๆ ไม่ได้มีแค่ “ศาสตร์ฟุตบอล” แต่มีเรื่องโครงสร้างและการเมืองฟุตบอลปนอยู่มาก
- เงินสนับสนุนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
หลายเคสเกิดจากการสนับสนุนของประเทศพันธมิตรในยุโรป ที่ช่วยออกค่าใช้จ่าย/ค่าจ้างทีมสตาฟฟ์ให้บางส่วน ทำให้สมาคมฟุตบอลในแอฟริกา “ไม่ต้องควักเองทั้งหมด” โมเดลแบบนี้มันง่ายต่อการบริหาร เพราะหลายชาติในทวีปมีทรัพยากรจำกัดอยู่แล้ว - ภาพลักษณ์และความเชื่อของแฟนบอล
แฟนบอลจำนวนมากดูฟุตบอลยุโรปเป็นหลัก จึงเกิดอคติทางภาพจำว่า “โค้ชยุโรปดูน่าเชื่อถือกว่า” ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก็ตาม ผลคือโค้ชท้องถิ่นถูกกันออกจากโอกาส แม้บางคนจะผ่านหลักสูตรโค้ชระดับสูงมาแล้ว - ความสะดวกของ “สูตรสำเร็จ”
เมื่อระบบฟุตบอลในประเทศยังไม่แข็งแรง การหยิบโค้ชจากต่างชาติที่มีเรซูเม่พอประมาณมาวางบนเก้าอี้ คือทางลัดที่ดูเหมือนปลอดภัยกว่าในสายตาผู้บริหารสมาคม
แต่ปัญหาคือ… “ปลอดภัยในความรู้สึก” ไม่ได้แปลว่า “ได้ผลจริงในสนาม”
ยุโรปไม่ได้แปลว่าเจ๋ง 100% และแอฟริกาเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ประเด็นนี้ถูกพูดซ้ำทุกครั้งก่อนทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ไม่ว่าจะฟุตบอลโลกหรือ AFCON เพราะผลลัพธ์จำนวนมากมันสะท้อนว่า โค้ชยุโรปที่มาคุมทีมแอฟริกา “ไม่ได้การันตีความสำเร็จ” โดยเฉพาะเมื่อเจอเงื่อนไขเฉพาะของทวีป
- ภาษา วัฒนธรรม วิธีสื่อสาร และความไว้เนื้อเชื่อใจในแคมป์ทีมชาติ เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด
- การจัดการคน บางครั้งสำคัญกว่าแท็กติกบนกระดาน เพราะทีมชาติแอฟริกามีผู้เล่นกระจายทั่วโลก มีบริบทชีวิตและแรงกดดันไม่เหมือนกัน
- ความไม่ต่อเนื่องของโปรเจกต์ เมื่อผลงานไม่ดี โค้ชมักถูกปลดเร็ว วนลูป “จ้าง–ล้มเหลว–เริ่มใหม่” จนระบบไม่เคยได้เติบโตจริง
กรณีตัวอย่างที่ถูกหยิบมาพูดบ่อยคือ อียิปต์ ชาติที่ประสบความสำเร็จที่สุดใน AFCON หลายช่วงเวลาสำคัญเกิดขึ้นภายใต้โค้ชท้องถิ่น ขณะที่เมื่อเปลี่ยนไปลองใช้โค้ชต่างชาติหลายราย ผลลัพธ์กลับไม่สม่ำเสมออย่างที่หวัง
สุดท้าย “ยุโรป” จึงไม่ใช่คำตอบอัตโนมัติอีกต่อไป และทัศนคติแบบเดิมเริ่มถูกตั้งคำถามจากคนในทวีปเองมากขึ้น
เพราะแค่แท็กติกมันไม่พอ: ทำไมโค้ชท้องถิ่นเริ่มได้เปรียบ
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ฟุตบอลทีมชาติไม่ได้ทำงานเหมือนสโมสร คุณไม่ได้มีเวลาซ้อมทุกวัน ไม่ได้ซื้อผู้เล่นได้ตามใจ และไม่ได้สร้างระบบแบบละเอียดได้ภายใน 2–3 สัปดาห์
ดังนั้น “โค้ชที่เข้าใจบริบท” จึงเริ่มมีค่ามากกว่า “โค้ชที่มีตำรา”
ในมุมของคนทำบอลแอฟริกา เหตุผลสำคัญที่โค้ชยุโรปจำนวนหนึ่งไม่เวิร์ค คือ
- เริ่มงานด้วยแต้มติดลบ เพราะปรับตัวไม่ทัน ทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม และการเมืองภายในสมาคม
- AFCON มีความถี่สูง (โปรแกรมอัดแน่น) ทำให้ทีมชาติแทบไม่มีเวลาสร้างความต่อเนื่องจริงจัง
- ความคาดหวังของแฟนบอลกับความจริงของการทำทีมสวนกัน โค้ชต่างชาติถูกคาดหวังให้ “แก้ปัญหาเร็ว” แต่เครื่องมือไม่พอ
ในทางกลับกัน โค้ชท้องถิ่นมักได้เปรียบเรื่อง “การเข้าถึงหัวใจนักเตะ” การสื่อสาร และการยืนอยู่ข้างทีมในฐานะคนของประเทศเดียวกัน ซึ่งบางครั้งมันสร้างแรงศรัทธาได้มากกว่าชื่อชั้นบนเรซูเม่
ความสำเร็จที่ทำให้เทรนด์เปลี่ยน: เมื่อคนแอฟริกาพิสูจน์ว่า “เราก็ทำได้”
จุดเปลี่ยนสำคัญของยุคใหม่ คือหลายชาติเริ่ม “กล้าลงทุนระยะยาวกับโค้ชของตัวเอง” และเมื่อมีตัวอย่างความสำเร็จ มันยิ่งทำให้ความเชื่อใหม่แพร่เร็วขึ้น
- โมร็อกโก คือเคสที่ถูกยกเป็นสัญลักษณ์ยุคใหม่อย่างชัดเจน ภายใต้การคุมทีมของ วาลิด เรกรากี ที่ถูกพูดถึงในฐานะภาพแทนของ “โค้ชแอฟริกันยุคใหม่” และการคุมทีมในบ้านตัวเองใน AFCON 2025 ยิ่งทำให้แรงคาดหวังสูงขึ้นไปอีก
- ขณะเดียวกัน CAF ยังนำเสนอภาพรวมว่า AFCON 2025 ครั้งนี้เต็มไปด้วย “ตัวตนของโค้ชทั้ง 24 ทีม” และสะท้อนความหลากหลายของเส้นทาง—รวมถึงการที่โค้ชแอฟริกันจำนวนมากก้าวขึ้นมามีบทบาทจริงจัง
- อีกตัวอย่างที่เห็นชัดคือ อลิยู ซิสเซ่ ที่ถูกระบุว่าเริ่มงานกับทีมชาติลิเบียและเดินหน้าทำทีมทันทีหลังรับตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนว่ากุนซือแอฟริกันระดับชื่อเสียงกำลังถูกยอมรับในตลาดงานทีมชาติมากขึ้น
ภาพรวมมันชี้ไปทางเดียวกันว่า ณ เวลานี้ หลายชาติไม่ได้อยากได้โค้ชที่พยายาม “เปลี่ยนแอฟริกาให้เล่นเหมือนยุโรป” แต่ต้องการคนที่ “เข้าใจความเป็นแอฟริกัน” แล้วดึงจุดแข็งดิบ ๆ ของทวีปออกมาให้ได้มากที่สุด—ทั้งพละกำลัง ความเร็ว สัญชาตญาณ และความกล้าเล่น
บทสรุป: ยุคของ “ฟุตบอลของเรา โค้ชของเรา” มันเริ่มชัดขึ้นจริง ๆ
ภาพรวมของ AFCON 2025 ทำให้เห็นชัดขึ้นว่า การเปลี่ยนผ่านจากยุคโค้ชยุโรปสู่ยุคโค้ชท้องถิ่นของแอฟริกา ไม่ใช่การบอกว่า “ใครเก่งกว่าใคร” แต่คือการยอมรับความจริงว่า ฟุตบอลทีมชาติในทวีปนี้มีเงื่อนไขเฉพาะ ทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม ความคาดหวัง และการบริหารทีมที่ต้องอาศัยมากกว่าแท็กติกบนกระดาน เมื่อโค้ชท้องถิ่นเข้าใจรากของนักเตะและบริบทของประเทศ พวกเขาจึงสามารถดึงจุดแข็งแบบแอฟริกันออกมาได้เต็มขึ้น พร้อมสร้างความต่อเนื่องและความเชื่อมั่นที่ทีมต้องการจริง ๆ
ในมุมของ “การมองเกมอย่างมีเหตุผล” บทเรียนนี้คล้ายกับการวิเคราะห์กีฬาแบบเป็นระบบ คือเราไม่ควรเชื่อเพราะชื่อชั้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าโครงสร้างเหมาะกับสถานการณ์ไหม ผลลัพธ์สม่ำเสมอแค่ไหน และปัจจัยแวดล้อมเอื้อให้ความสำเร็จเกิดขึ้นหรือเปล่า ซึ่งแนวคิดนี้เองสามารถนำไปใช้ได้กับการติดตามกีฬาและการอ่านเกมก่อนตัดสินใจในแพลตฟอร์มอย่าง UFA777 เว็บแทงบอล ได้เช่นกัน เพราะสุดท้าย “ความเข้าใจบริบท” และ “การเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวจริง ๆ” คือหัวใจของความยั่งยืนในระยะยาว
หากคุณต้องการอ่านมุมมองและระบบการติดตามฟุตบอลในภาพใหญ่เพิ่มเติม สามารถดูเนื้อหาในหมวดกีฬาของ UFA777 ซึ่งรวมแนวคิดการอ่านเกมและการวิเคราะห์ที่ช่วยให้การติดตามฟุตบอลเป็นเรื่องมีโครงสร้างมากขึ้น และลดการตัดสินใจแบบใช้อารมณ์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ