แม้เทคโนโลยี VAR (Video Assistant Referee) จะถูกนำมาใช้เพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดในการตัดสินของผู้ตัดสินในสนาม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกการตัดสินจะถูกต้องเสมอไป
จากข้อมูลของ BBC Sport และ คณะกรรมการ KMI (Key Match Incidents) ระบุว่า มีความผิดพลาดจาก VAR ถึง 13 ครั้ง ใน ครึ่งฤดูกาลแรกของพรีเมียร์ลีก 2025/26 เพิ่มขึ้นจากฤดูกาลก่อนหน้าถึง 30% (จาก 10 เป็น 13)

VAR พลาดอย่างไร และผิดพลาดตรงไหน?
สถิติคร่าว ๆ จาก KMI Panel
- ความผิดพลาดรวม: 13 ครั้ง (เพิ่มจาก 10 ในฤดูกาลก่อน)
- ความผิดพลาดจาก “ไม่แทรกแซง” ขณะควรแทรกแซง: 11 เคส
- ความผิดพลาดจาก “แทรกแซงผิด”: 2 เคส
- จำนวนการพลิกคำตัดสิน (Overturns): ลดลงจาก 57 เป็น 47 ครั้ง (-17.5%)
- การตัดสินผิดที่ไม่ถึงเกณฑ์ VAR: เพิ่มขึ้นจาก 12 เป็น 15 ครั้ง
เจาะลึก 5 เคส VAR พลาดเด่น ๆ ที่สร้างผลกระทบชัดเจน
1. เซเนซี (บอร์นมัธ) ใช้แขนปัดบอลเกมเจอลิเวอร์พูล
- VAR ไม่เห็นจังหวะที่เขาตั้งใจใช้แขนบังบอล
- คณะกรรมการเห็นว่าเป็น “โอกาสทำประตูชัดเจน”
- ควรแจกใบแดง แต่ไม่มีการลงโทษ
2. ฟูแล่มถูกริบประตูใส่เชลซีแบบไม่สมเหตุผล
- โจชัว คิง ยิงเข้า แต่ VAR มองว่ามีฟาวล์จังหวะก่อน
- KMI Panel ระบุว่าเป็นการตัดสินที่ผิด และ VAR ไม่ควรแทรกแซง
3. อาร์เซนอลโชคดีในเกมพบเอฟเวอร์ตัน
- วิลเลียม ซาลิบา เข้าชนธิเออร์โน แบร์รี โดยไม่มีการเล่นบอล
- ไม่มีการแทรกแซงจาก VAR และไม่ให้จุดโทษ
- KMI ชี้ว่าเป็นจังหวะที่สมควรเป็นจุดโทษ
4. คริสเตียน โรเมโร ไม่โดนไล่ออกเกมพบเบรนท์ฟอร์ด
- จังหวะเข้าสกัดหนักใส่ อิกอร์ ติอาโก้
- VAR ไม่เห็นว่าเป็นข้อผิดพลาดชัดเจน
- Panel เห็นว่าเป็นโอกาสยิงประตูชัดเจน และควรแจกใบแดง
5. กุสโต (เชลซี) ใช้แขนเล่นบอลในเขตโทษสองนัดติด
- ทั้งสองนัด VAR ไม่ให้จุดโทษ
- KMI Panel ชี้ว่า “มืออยู่ในตำแหน่งไม่เป็นธรรมชาติ”
- ควรเป็นลูกโทษแต่ VAR เพิกเฉย
สโมสรใดได้รับผลกระทบจาก VAR มากที่สุด?
สโมสรที่เสียประโยชน์จาก VAR (ผิดพลาด 2 ครั้ง)
| สโมสร | จำนวนข้อผิดพลาด VAR |
| บอร์นมัธ | 2 |
| เบรนท์ฟอร์ด | 2 |
| แมนฯ ยูไนเต็ด | 2 |
ทีมอย่าง บอร์นมัธ ถูกตัดสินผิดถึง 2 ครั้ง ในเกมสำคัญกับ เวสต์แฮม และ คริสตัล พาเลซ ส่วน แมนยู พลาดจังหวะที่คู่แข่งควรโดนไล่ออก
สโมสรที่ได้ประโยชน์จาก VAR
| สโมสร | จำนวนจังหวะได้ประโยชน์ |
| เชลซี | 3 |
| บอร์นมัธ | 2 |
| นิวคาสเซิล | 2 |
| อาร์เซนอล | 1 |
| สเปอร์ส | 1 |
โดยเฉพาะ เชลซี ได้ประโยชน์จากจังหวะที่ VAR ตัดสินพลาด 3 ครั้ง ซึ่งหากไม่มีข้อผิดพลาดนี้ ผลการแข่งขันอาจเปลี่ยนไป
ความผิดพลาดอื่นที่ VAR ไม่เข้าไปแทรกแซง
นอกจากข้อผิดพลาดที่มีการแทรกแซงหรือไม่แทรกแซงผิดพลาด ยังมีการตัดสินที่ผิดพลาดในสนาม แต่ไม่ถึงเกณฑ์ชัดเจนพอให้ VAR เข้าแทรกแซง
ตัวอย่างเช่น:
- แมนฯ ซิตี้ พบ สเปอร์ส: ไม่ให้จุดโทษจากจังหวะทำฟาวล์ออสการ์ บ็อบบ์
- เชลซี พบ อาร์เซนอล: เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ล้ำหน้าในจังหวะทำประตู
- ลิเวอร์พูล พบ ไบรท์ตัน: ไม่แจกใบแดงให้ ดีเอโก้ โกเมซ จากการเข้าสกัดหนัก
UFA777 วิเคราะห์ผลกระทบของ VAR ต่อการเดิมพัน
จากมุมมองของ UFA777 เว็บแทงบอล การตัดสินผิดพลาดจาก VAR ไม่เพียงกระทบต่อผลการแข่งขันในสนาม แต่ยังส่งผลต่อ ราคาต่อรอง (Odds), ตลาดเดิมพันสด, และ โมเมนตัมของเกม
ตัวอย่างผลกระทบต่อผู้เล่นเดิมพัน:
- ใบแดงหรือจุดโทษอาจเปลี่ยนแปลงเกมทันที
- ตลาด “สูง/ต่ำ” หรือ “ผลรวมลูกเตะมุม” ขึ้นอยู่กับลักษณะเกมหลังการตัดสิน
- ราคาทีมเต็งอาจไม่สะท้อนโอกาสชนะจริงหากมีการตัดสินผิดบ่อย
บทสรุป: VAR ยังเป็นเครื่องมือที่ “ไม่สมบูรณ์”
แม้ VAR จะถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้การตัดสินมีความแม่นยำยิ่งขึ้น แต่จากสถิติของ KMI Panel ฤดูกาล 2025/26 ชี้ว่า:
- ข้อผิดพลาดยังคงเกิดขึ้นจำนวนมาก
- VAR ยังไม่สามารถขจัดความผิดพลาดจากเกมได้ 100%
- การแทรกแซงไม่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดคำถามเรื่อง “มาตรฐานการตัดสิน”
สำหรับแฟนบอล นักเดิมพัน และผู้วิเคราะห์เกม UFA777 มองว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การมีเทคโนโลยี แต่คือ “การใช้เทคโนโลยีอย่างมีวินัยและมาตรฐานเดียวกัน”
ตราบใดที่ยังมีความผิดพลาดจากคน การแข่งขันฟุตบอลก็ยังคงเต็มไปด้วยดราม่า … และบางครั้งโชคอาจเป็นตัวแปรที่สำคัญพอ ๆ กับแท็กติกในสนาม